
1. อิสลาม ไม่ใช่ศาสนาที่เกิดใหม่ แต่เป็นศาสนาที่ต่อเนื่องมาจากศาสนาก่อน ๆ
2. นับถือยกย่องศาสดาทั้งหลายทุก ๆ คนที่มาก่อนศาสดามุฮัมมัด
3. เป็นศาสนาที่นับถือพระเจ้าองค์เดียวคืออัลลอฮ
4. อำนาจทางกฎหมายหรือธรรมนูญสูงสุดมาจากพระผู้เป็นเจ้าองค์เดียว เพราะฉะนั้นจึงไม่มีบุคคลกลุ่มหนึ่งกลุ่มใดที่จะได้รับผลประโยชน์จากกฎหมายนั้น ผลประโยชน์ทั้งหลายจะต้องตกอยู่กับประชาชนส่วนใหญ่ โดยเฉพาะผู้อ่อนแอ หรือผู้ที่ยากไร้
5. เป็นศาสนาแห่งสันติภาพ เพราะอิสลามแปลว่า สันติ
6. มีการศรัทธา และมีการปฎิบัติควบคู่กันไป
7. ในเรื่องศาสนกิจแล้ว ไม่มีผู้ใดได้รับสิทธิพิเศษจากพระผู้เป็นเจ้า นอกจากผู้ที่อ่อนแอ
8. เป็นระบอบการปกครองและเป็นธรรมนูญแห่งชีวิต
9. ไม่มีนักบวช นักพรต และสมณะศักดิ์และชนชั้น
10. ทุกๆ คน ต้องทำมาหาเลี้ยงชีพ และให้เกียรติแก่ผู้ใช้แรงงาน
11. ข้อห้ามมีบทลงโทษ เช่น ผู้ที่ดื่มสุราจะได้รับการถูกเฆี่ยน 80 ครั้ง และผู้ที่ผิดประเวณีจะได้รับการถูกเฆี่ยน 100 ครั้ง ผู้ที่ขโมยโดยสันดานจะถูกตัดมือ
12. สตรีมีสิทธิเท่าเทียมชาย แต่มีหน้าที่แตกต่างกัน และสตรีทุกคนได้รับการตอบแทนตามผลงานที่ตัวเองได้ขวนขวายไว้อย่างเท่าเทียมกัน
13. พฤติกรรม หรือผลงานของมนุษย์จะเป็นเครื่องตัดสินว่าใครจะเป็นผู้ที่พระเจ้าทรงรัก
14. อิสลามสอนให้มนุษย์มีความเป็นอยู่อย่างเรียบง่าย ประนามการสุรุ่ยสุร่ายฟุ่มเฟือย
15. การเริ่มศักราชใหม่หรือวันปีใหม่ของอิสลาม ไม่ได้นำวันเกิด และวันสิ้นชีวิตของศาสดาหรือวันอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องส่วนตัวของศาสดามากำหนดวันขึ้นปีใหม่ แต่วันปีใหม่ได้กำหนดเอาจากเหตุการณ์ของการอพยพของท่านศาสดามุฮัมมัดและประชาชน อพยพจากสภาพที่เลวร้ายไปสู่สภาพที่ดีกว่า ( จากเมืองมักกะฮไปยังเมืองมดีนะฮ )
16. ทุก ๆ คนเกิดมาบริสุทธิ์ไม่มีมลทินหรือบาปติดตัวมา ดังนั้นจึงไม่มีพิธีล้างบาปในอิสลาม
17. ในอิสลามไม่มีการกำหนดวันหมดอายุความของคดีใด ๆ ของผู้กระทำความผิด ผู้กระทำผิดจะพ้นผิดไปได้ก็ต่อเมื่อได้รับการตัดสินหรือมีการตกลงกันระหว่างคู่กรณี หรือมีการชดใช้ค่าเสียหาย เช่น ฆาตรกรที่มีเจตนา จะพ้นผิดไปได้ก็ต่อเมื่อได้รับการตัดสิน ไม่ใช่หลบหนีไป 20 ปี แล้วถือว่าหมดอายุความ หรือพ้นผิด ซึ่งกรณีเช่นนี้ไม่มีความยุติธรรม
18. ความโง่เขลา ความฉลาด ความรวยความจน ความทุกข์ยากทรมานต่าง ๆ ที่มันเกิดขึ้นกับคนใดคนหนึ่งนั้น มิใช่เกิดขึ้นโดยพระผู้เป็นเจ้าทรงหยิบยื่นให้ ที่เป็นเช่นนั้นเพราะผู้ปกครองมิได้สนใจ และขาดความรับผิดชอบต่อประชาชน
19. ความดี ความเลวของมนุษย์มิได้เกิดขึ้นโดยสันดานแต่เกิดขึ้นเพราะสิ่งแวดล้อมและสังคมเป็นตัวกำหนด แต่ก็ไม่ได้เป็นกฎเกณฑ์เสมอไป แต่ส่วนมาก มักจะเป็นเช่นนั้น
20. อิสลามไม่ได้แยกการเมืองออกจากศาสนา เพราะศาสนาและการเมืองนั้นเป็นเนื้อเดียวกัน
21. ทุก ๆ อิริยาบถหรือความนึกคิดต่าง ๆ ที่จะต้องดำเนินไปตั้งแต่เกิดจนกระทั่งตาย และตั้งแต่ตื่นนอนจนเข้านอนอิสลามได้มีคำสอนไว้หมดแล้ว
22. ความดีความชั่วของมนุษย์ ไม่ได้เกิดขึ้นจากกรรมพันธุ์ เพราะฉะนั้นจึงถ่ายทอดให้กันไม่ได้
23. ในอิสลามไม่มีผู้วิเศษและไม่ได้ตั้งบุคคลใดให้เป็นสื่อกลางระหว่างมนุษย์กับพระผู้เป็นเจ้า มนุษย์ทุก ๆ คนไม่ว่าจะมีสภาพฐานะยากจน และจะมาจากชนชั้นใดก็ตาม ก็มีสิทธิที่จะเข้าหาวิงวอนร้องขอต่อพระผู้เป็นเจ้าได้ โดยมิต้องจ้างวานหรือให้กำนัลแก่ผู้ใด เพื่อที่จะให้เขามาเป็นสื่อตัวแทนให้
24. เนื่องจากอิสลามไม่มีระบบพระ ไม่มีระบบสงฆ์ ไม่มีสามเณร ไม่มีชี ไม่มีนักบวช นักพรต ไม่มียศไม่มีตำแหน่ง ไม่มีการล้างบาป เพราะฉะนั้น มุสลิมทุกๆ คนต้องอยู่ภายใต้กฎหมายระเบียบข้อบังคับของศาสนาเหมือนกันหมด ยกเว้นเด็กผู้เสียสติ ผู้อ่อนแอ
25. ในอิสลามไม่มีเครื่องแบบ หรือแบบฟอร์มสำหรับสวมใส่
26. เน้นเรื่องประโยชน์ของส่วนรวมเป็นหลัก
27. คนที่ดีที่สุดในทรรศนะอิสลามนั้นไม่ใช่คนชาติอรับ แต่จะเป็นคนชาติใดก็ได้ที่มีความยำเกรงอัลลอฮ คือ คน ๆ นั้น เป็นคนที่มีจริยธรรม และคุณธรรมอันสูงส่ง
28. ในศาสนาอิสลามถือว่า การเสพสิ่งมึนเมา การเล่นการพนัน การประพฤติผิดในกาม การขโมยนั้น มีความผิดมากกว่าการกินเนื้อหมู
29. อิสลามสอนให้มนุษย์เป็นมือบนมิใช่มือล่าง (เป็นผู้ให้มิใช่เป็นผู้แบมือรับ)
คัดลอกจาก: Thaiislamic.com
1 comment:
ความจริงแห่งอิสลาม
http://www.ziddu.com/download/507322/U_VDO_stoning_video_100kbps.zip.html
Post a Comment