Sunday, March 25, 2007

หลักคำสอนพื้นฐานของอิสลาม.


หลักคำสอนพื้นฐานของอิสลาม.

ก. ความเป็นหนึ่งเดียวของพระผู้เป็นเจ้า (Oneness of God)
พระเจ้าทรงมี “หนึ่ง” (One) และมี “เพียงหนึ่ง (Only One)” เท่านั้น พระองค์ไม่เป็นสองในหนึ่ง(two in one)หรือสามในหนึ่ง(three in one) นี่หมายถึงอิสลามปฏิเสธแนวคิดตรีเอกานุภาพ(trinity) หรือแนวคิดเอกภาพของพระเจ้าที่ให้ความหมายว่ามีพระเจ้ามากกว่าหนึ่งแต่อยู่ในพระเจ้าองค์เดียว
ข. ความเป็นหนึ่งเดียวแห่งมนุษยชาติ (Oneness of mankind)
มนุษย์ทุกคนกำเนิดมาอย่างเท่าเทียมกันภายใต้กฎหมายแห่งพระผู้เป็นเจ้า ไม่มีชนชาติใดเหนือกว่าชนชาติใด พระผู้เป็นเจ้าสร้างเรามาให้แตกต่างกันในสีผิว , เชื้อชาติ , ภาษา รวมทั้งความเชื่อ เพื่อที่จะทดสอบว่าผู้ใดจะพัฒนาไปสู่ความดีได้มากกว่ากัน ไม่มีใครแม้เพียงสักคน ที่จะสามารถกล่าวอ้างได้ว่าเขาดีกว่าผู้อื่น มีเพียงพระผู้เป็นเจ้าเท่านั้นที่จะรู้ว่าใครคือผู้ที่ดีกว่า มันขึ้นอยู่กับความยำเกรงและความดีงามเท่านั้น

ค. ความเป็นหนึ่งเดียวของบรรดาผู้นำสาส์นและสาส์น ( Oneness of Messengers and the Message)
มุสลิมศรัทธาว่า ตลอดระยะเวลาแห่งประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติ พระผู้เป็นเจ้าได้ส่งบรรดาผู้นำสาส์นที่หลากหลาย แต่ท่านทั้งหมดมาพร้อมกับสาส์นเดียวกันและด้วยกับคำสอนที่เหมือนกัน เพียงแต่ผู้คนเท่านั้นที่มีความเข้าใจและการตีความที่ผิดพลาดไป

มุสลิมศรัทธาต่อ โนอา(นูหฺ) อับราฮัม(อิบรอมฮีม) ไอแซค(อิสฮาก) อิสเมล (อิสมาอีล) เจคอบ(ยะอฺกูบ) โมเสส(มูซา) เดวิด(ดาวูด) พระเยซู(อีซา) และมุฮัมมัด แท้จริงแล้วบรรดาศาสนทูตทั้งหลายของคริสต์ศาสนาและศาสนายูดายต่างก็เป็นศาสนทูตแห่งอิสลาม

ง.มลาอิกะฮ์และวันแห่งการตัดสิน ( Angels and the Day of Judgment)
มุสลิมศรัทธาว่าจักรวาลแห่งนี้มีสิ่งถูกสร้างที่เร้นลับ เช่นมลาอิกะฮ์ ซึ่งถูกสร้างโดยพระผู้เป็นเจ้าเพื่อที่จะทำหน้าที่ตามที่พระองค์กำหนดในจักรวาลนี้
มุสลิมศรัทธาว่ามีวันแห่งการตัดสิน วันซึ่งมนุษย์ทุกคนตั้งแต่อดีตจนกระทั่งวันสุดท้ายแห่งการมีชีวิตอยู่ได้บนโลกใบนี้ถูกนำมาเพื่อการคิดบัญชี ,การตอบแทน และ การลงโทษ

จ. มนุษย์กำเนิดมาอย่างผู้บริสุทธิ์ (Innocence of Man at Birth)
มุสลิมเชื่อว่ามนุษย์ทุกคนกำเนิดมาโดยปราศจากบาป กระทั่งเขาบรรลุศาสนภาวะ(คือการเข้าสู่ภาวะที่ต้องรับผิดชอบทางศาสนา คือผู้ชายมีอสุจิ ผู้หญิงมีประจำเดือน) ซึ่งหลังจากนี้หากเขาได้กระทำความผิดบาปใดไว้แน่นอนว่าพวกเขาจะต้องชดใช้ ไม่มีแม้เพียงสักคนเดียวที่จะต้องรับผิดชอบหรือรับเอาภาระความรับผิดชอบต่อการกระทำที่ผิดบาปของผู้อื่น กระนั้นประตูสำหรับการอภัยโทษต่อผู้ซึ่งกลับเนื้อกลับตัวอย่างแท้จริงในความผิดพลาดที่ได้กระทำลงไปยังคงเปิดต้อนรับอยู่ตลอดเวลา

ฉ. รัฐและศาสนา (State and Religion)
มุสลิมศรัทธาว่าอิสลามคือวิถีแห่งความครบถ้วนและสมบูรณ์แล้วในการดำรงชีวิต มันรวมไว้ซึ่งกฎเกณฑ์ทั้งมวลเพื่อการดำเนินชีวิต โดยที่คำสอนแห่งอิสลามมิได้แบ่งแยกเรื่องของศาสนาออกจากวิถีการปกครอง โดยแท้จริงแล้ว ทั้งกิจการปกครองและศาสนาต่างก็อยู่ภายใต้การเชื่อฟังต่ออัลลอฮผ่านทางคำสอนแห่งอิสลาม ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นการดำเนินกิจการต่างๆทางเศรษฐกิจและสังคม หรือการศึกษาและระบอบการปกครองก็ล้วนเป็นส่วนหนึ่งของคำสอนแห่งอิสลาม

.................................................................................โดย ดร. อะหฺมัด เศาะก็อรฺ อุมมุ ฟิดาอ์ แปลและเรียบเรียง คัดลอกจาก ฟิตยะห์

No comments: