Sunday, March 25, 2007

“อิสลาม” และ “มุสลิม”



“อิสลาม” และ “มุสลิม”
ศาสนานี้มีชื่อว่า “อิสลาม” ซึ่งรากศัพ์ของคำนี้คือ สิลมฺ และ สลาม ซึ่งหมายถึง สันติภาพ คำว่า “สลาม” ในอีกแง่หนึ่งก็หมายถึง การทักทายของบุคคลหนึ่งกับผู้อื่นด้วยความสันติ และหนึ่งในพระนามอันวิจิตรของอัลลอฮนั้นก็คืออัส สลาม(ผู้ทรงสันติ)
คำว่า “สลาม” ในอีกแง่หนึ่งก็หมายถึง การทักทายของบุคคลหนึ่งกับผู้อื่นด้วยความสันติ และหนึ่งในพระนามอันวิจิตรของอัลลอฮนั้นก็คืออัส สลาม(ผู้ทรงสันติ)
อิสลามมีความหมายยิ่งไปกว่านั้นอีก คือหมายถึง การยอมจำนนพระเจ้าเพียงองค์เดียว และการดำรงอยู่อย่างสันติพร้อมกับ(การเชื่อฟัง)พระผู้สร้าง ซึ่งจะเกิดขึ้นภายในตัวตนของมนุษย์ จะเกิดขึ้นร่วมกับบุคคลอื่น และรวมไปถึงสภาพธรรมชาติด้วย
ฉะนั้น คำว่าอิสลามหมายถึงระบบทั้งหมดของการดำรงชีวิต มุสลิมคนหนึ่งได้รับการสนับสนุนให้มีชีวิตอยู่อย่างสันติและมีความกลมกลืนกับทุกส่วน(ของธรรมชาติ) ดังนั้น มุสลิมไม่ว่าจะเป็นใครอยู่ที่ไหนก็ตามในโลกซึ่งพวกเขาเหล่านั้นมีความเชื่อฟัง มีความจงรักภักดี มีความซื่อสัตย์ต่อพระผู้อภิบาลแห่งสากลจักรวาล

“อัลลอฮ” พระเจ้าผู้ทรงเอกะ
อัลลอฮ คือพระนามหนึ่งของพระเจ้าผู้ทรงเอกะ อัลลอฮยังมีพระนามอันวิจิตรอีกเก้าสิบเก้าพระนาม(เท่าที่เปิดเผยให้มนุษย์ทราบ) อาทิ ผู้ทรงเมตตา ผู้ทรงกรุณาปราณี ผู้ทรงอ่อนโยน ผู้ทรงสร้าง ผู้ทรงรอบรู้ ผู้ทรงวิทยปัญญา และเป็นผู้พระอภิบาลแห่งสากลจักรวาล ผู้เป็นองค์แรก ผู้เป็นองค์สุดท้าย เป็นต้น
พระองค์นั้นคือ ผู้ทรงสร้างมนุษยชาติทั้งมวล พระองค์นั้นคือ พระเจ้าของคริสเตียน ยิว มุสลิม ชาวพุทธ ฮินดู พวกอเทวนิยม ฯลฯ มุสลิมเคารพสักการะพระเจ้า ซึ่งมีพระนามหนึ่งว่า อัลลอฮฺ พวกเขามีความเชื่อมั่นในพระองค์และแสวงหาความช่วยเหลือและทางนำจากพระองค์

“มุฮัมมัด”
มุฮัมมัดเป็นผู้ที่ได้รับการคัดเลือกจากพระเจ้าเพื่อนำมาสาส์น(ริซาละฮฺ)แห่งสันติภาพแห่งพระเจ้ามาให้(แก่มนุษยชาติ) ซึ่งก็คือ “อิสลาม”
ท่านเกิดในคริสตศักราชที่ 570 ในนครมักกะฮฺ ในดินแดนอาหรับ ท่านได้รับมอบหมายด้วยกับสาส์นแห่งอิสลามเมื่อท่านอายุ 40 ปี วิวรณ์(วะหฺยู)ที่ท่านได้รับมานั้นเรียกว่า “อัล กุรอาน” ขณะที่สาส์นนี้ถูกเรียกว่า “อิสลาม”
มุฮัมมัดเป็นศาสนทูตท่านสุดท้ายแห่งพระเจ้ามายังมวลมนุษย์ ท่านเป็นผู้นำสาส์นท่านสุดท้ายของพระเจ้า สาส์นของพระองค์เคยปรากฏมาแล้วในอดีตและในปัจจุบันก็ยังคงมีอยู่กับชาวคริสเตียน ชาวยิว และมนุษยชาติทั้งมวล ท่านถูกส่งมายังผู้คนแห่งศาสนาเหล่านี้ทั้งหมดเพื่อชี้แจงพวกเขาถึงภารกิจที่ถูกต้องของเยซู(อีซา) โมเสส(มูซา) ยาคอบ(ยะอฺกู๊บ) ไอแซค(อิสหาก) และอับราฮัม(อิบรอฮีม)
มุฮัมมัดจึงถูกถือว่าเป็นบทสรุปสุดท้ายของบรรดาศาสนทูตและผู้นำสาส์นทั้งหมดที่มาก่อนหน้าท่าน ท่านได้ทำให้สาส์นที่มีแต่เดิม(เตารอด อินญิล ฯลฯ )มีความบริสุทธิ์จากสิ่งเจือปน และทำให้สาส์นของพระเจ้ามายังมนุษยชาติทั้งมวลนั้นมีความสมบูรณ์ ตัวท่านเองถูกมอบอำนาจในการอธิบาย การตีความ และการดำรงชีวิตตามคำสอนแห่งอัล กุรอาน

โดย ดร. อะหฺมัด เศาะก็อรฺ
ฎิยาอ์ แปลและเรียบเรียง คัดลอกจาก ฟิตยะห์

No comments: